|
|
|
|
|
|
|
"เมื่อผม
เข้ามาอยู่ในวงการค้าไม้ โดยเริ่มต้นมาฝึกงานในโรงเลื่อยแถววัดสระเกศ
ยังจำได้สมัยนั้นไม้สักเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
เมื่อเริ่มฝึกงานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเรียนรู้เรื่องไม้มากขึ้น จึงเริ่มฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจัง
และเมื่อมีความรู้เรื่องไม้แตกฉานก็มาคิดว่า |
| เลือกทำธุรกิจด้านไม้ที่เรามีความถนัดดีกว่า
และนี่คือจุดกำเนิดแห่งตำนาน "คนทำไม้ " ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน
..ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าไม้ และเป็นผู้ที่รัฐบาลลาวสมัยหนึ่งเต็มใจให้เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้รับสัมปทานการทำป่าไม้ในประเทศลาว
หลังจากผ่านประสบการณ์การทำงานรับผิดชอบในด้านไม้หลายบริษัท จากนั้นก็ได้มาทำงานที่บริษัท
อีสเอเชียติค จำกัด อีก 5 ปี ในฐานะผู้ตรวจสอบคุณภาพไม้สำหรับการส่งออก
ต่อจากนั้นก็เริ่มทำธุรกิจของตนส่วนตัวโดยการส่งไม้ออกไปยังประเทศแถบยุโรป
และอเมริกา ต่อมาก็ตัดสินใจหันมาทำธุรกิจไม้ในประเทศลาว โดยส่งออกไม้ซุงประดู่
ไม้ชิงชังไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกงในนาม หจก.สิทธิพลพาณิชย์
(STP) |
|
เพื่อสนับสนุนการส่งออกในรูปของผลิตภัณฑ์ไม้สำเร็จรูป
และเพิ่มการกระจายรายได้ให้แก่ประชากร บริษัทโรงเลื่อยจักร
อารีย์อภิรักษ์ จำกัด (AR) จึงได้ก่อเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2523 โดยมี วัตถุประสงค์ที่จะทำอุตสาหกรรมไม้ต่อเนื่องให้ครบวงจร
เพื่อนำไม้ซุงมาใช้ประโยชน์ อย่างคุ้มค่า โดยมี
นโยบายเพิ่มการส่งออกสินค้าไม้สำเร็จรูปเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ
|
|
|
|
| ประเทศไทย
อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานให้แก่ประชาชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
บริษัท ฯจึงได้ดำเนินงานโรงเลื่อยและประดิษฐกรรมไม้เสาแกะเป็นหลัก
ภายใต้การบริหารของคุณ อารีย์ ภู่สมบุญ |
- ในปี พ.ศ. 2525
บริษัท ได้ขยายงานโดยการเพิ่มในส่วนของการทำเฟอร์นิเจอร์เพื่อเน้นความสวยงามตามธรรมชาติของเนื้อไม้
โดยมีสินค้าที่ผลิตออกมาคือ โต๊ะประชุม โต๊ะอาหาร และ โต๊ะน้ำชาญี่ปุ่น
ด้วยไม้แผ่นเดียวโดยใช้ชื่อสินค้าว่า "ประดู่ไทย" ซึ่งหลังจากนั้นสินค้านี้ก็ได้เป็นที่ยอมรับ
ซึ่งต่อมาก็ได้รับเกียรติคุณโดยการได้รับรางวัลชนะเลิศ "สินค้าความคิดสร้างสรรค์"
- ในปี พ.ศ. 2526
บริษัทฯ ได้ขยายงานโดยเพิ่มการทำสไลด์ไม้บางวีเนียร์ส่งออกและเพื่อเตรียมการผลิตไม้ปะหน้าเพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไม้ให้สมคุณค่า
ไม้แปรรูปขนาดเล็กจึงได้นำมาใช้เพื่อทำอุตสาหกรรมไม้พื้นและไม้ประดับฝา
- ในปี พ.ศ. 2527 บริษัทฯ
ได้ส่งพนักงานไปศึกษาและฝึกงานด้าน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไม้สำเร็จรูปจากประเทศญี่ปุ่นโดยการสนับสนุนจากรัฐบาลและลูกค้าชาวญี่ปุ่น
- ในปี พ.ศ. 2528
บริษัทฯ ได้เริ่มการผลิตไม้ปะหน้าวีเนียร์ไม้สัก ประดู่ ชิงชัง
มะปิน และไม้สน และได้เริ่มโครงการไม้ครบวงจรตาม วัตถุประสงค์ของบริษัทฯ
โดยการเริ่มผลิตไม้ปาร์เก้ และโมเสค เพื่อใช้ไม้ที่เหลือขนาดเล็กอย่างสมคุณค่าถึงที่สุด
- ในปี พ.ศ. 2534
ได้ก่อตั้ง บริษัทฯ โรงเลื่อยจักรอารีย์พัฒนา จำกัด (APS) และในปีเดียวกันนี้ก็ได้ก่อตั้ง
บริษัท อารีย์ชัยวู้ดเทค จำกัด ขึ้นมา (AW) เพื่อผลิตไม้ปาร์เก้แซนวิช โดยใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย และทำการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศและในประเทศ
- ในปี พ.ศ. 2536
บริษัทฯ เข้ามาบริหารบริษัท พีแอนด์ยี เพาส์โลว์เนียดีเวล็อปเม้นท์
จำกัด (P&G) เพื่อดำเนินโครงการปลูกสวนป่า ต่อมาในปีเดียวกันนั้น
ก็ได้ก้าวไกลไปลงทุนในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ
บริษัท ไหหนำ อารีย์อภิรักษ์ เรียลเอสเตท ดีเวล็อปเม้นท์ (HARD)
- ในปี พ.ศ. 2538
บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจโดยการนำเข้าไม้เมืองหนาวจากจีนตอนเหนือโดยการก่อตั้ง
บริษัท ตันตง อารีย์วู้ดแวร์ จำกัด (DAR)
|
|
|
|
|
จากการบริหารของคุณ
อารีย์ ภู่สมบุญ ประธานกรรมการ คุณ กรองทอง ภู่สมบุญ รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการกลุ่มบริษัทอารีย์ทั้งหมด อีกทั้งจากความร่วมมือความเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันของพนักงานทุกคน
ประกอบกับความไว้วางใจจากหน่วยงานของรัฐบาล สถาบันการเงิน ตลอดจนการสนับสนุน จากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยดีเสมอมา
|
กลุ่มบริษัทอารีย์จึงเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการอุตสาหกรรมไม้
วงการก่อสร้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นเวลาที่ยาวนานกว่า 25
ปี กลุ่มบริษัทอารีย์ จะขอก้าวเดินต่อไป เพื่อเป็นกลไกส่วนหนึ่งในฐานะภาคเอกชนที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อนำประเทศไทยสู่ความรุ่งเรืองสืบไป |
|